Namo's Album ::

รวมบทความ

Wednesday, 27 May 2009

นิทาน 1 เล่ม + 6 ขั้นตอนง่าย ๆ พัฒนา“ความเข้าใจภาษา”ลูกน้อย

หากเอ่ยถึงแนวทางการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านผ่านการเล่านิทานนั้น ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ครอบครัวในปัจจุบันเห็นความสำคัญมากขึ้น และมีหลายครอบครัวเลือกที่จะหาเวลาปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ โดยเชื่อว่ามีผลต่อการพัฒนาศักยภาพในหลาย ๆ ด้านของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การเผชิญหน้ากับปัญหาได้อย่างเหมาะสมในเด็ก ฯลฯ

อย่างไรก็ดี หากถามถึงมุมมองของนักวิจัยแล้ว การอ่านนิทานให้ลูกฟังยังสามารถปรับให้เป็นกิจกรรมสำหรับฝึก “พัฒนาการทางภาษา” ให้กับเด็กได้อีกด้วย ซึ่ง รศ.ดร.เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์ อาจารย์ประจำภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เจ้าของงานวิจัยโครงการประภาคารการรู้หนังสือด้วยแนวทฤษฎี การสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา (Lighthouse Literacy Project Through Concentrated Language Encounter Instruction หรือชื่อย่อว่า CLE) เปิดเผยว่า

“การเรียนรู้หนังสือด้วยแนวทฤษฎีการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาเป็นกระบวนการเรียนการสอนโดยอาศัยธรรมชาติในการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหลัก ร่วมกับการใช้กิจกรรมกระตุ้นการเรียนรู้แบบธรรมชาติให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ภาษา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาษาแม่ หรือภาษาที่สอง ที่สาม ก็สามารถนำหลักการเหล่านี้ไปใช้ฝึกร่วมได้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การเปิดโอกาสให้เด็กได้สนุกกับการเรียนรู้ ได้ค้นคว้า และได้ลงมือปฏิบัติทางภาษาด้วยตัวเอง”

สำหรับแนวทางในการประยุกต์ใช้ทฤษฎีให้สัมฤทธิ์ผลนั้น รศ.ดร.เสาวลักษณ์ ระบุว่า พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถปรับทฤษฎีไปสู่กิจกรรมการอ่านนิทานได้หลายรูปแบบ พร้อมยกตัวอย่างแนวทางง่าย ๆ ที่ทำได้เอาไว้ 6 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นที่ 1 อ่านหนังสือให้เด็กฟัง โดยให้เด็กนั่งตัก หรือนั่งในท่าสบาย ๆ ใกล้ๆ กับคนเล่า อ่านนิทานให้เด็กฟังทีละหน้าอย่างช้า ๆ และอาจมีการชี้ชวนให้ดูภาพประกอบไปด้วย

ขั้นที่ 2 เมื่อเล่าจบ ตั้งคำถามกับเด็กว่านิทานที่อ่านไปนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร และให้เด็กเล่ากลับมา โดยผู้ปกครองสามารถช่วยได้ หากเด็กนึกคำไม่ออก หรือใช้คำไม่ถูก

ขั้นที่ 3 ให้เด็กทำท่าทางประกอบ เลียนแบบตัวละครในนิทาน การทำท่าทางประกอบนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้เด็กเข้าใจความหมายของภาษาได้ดียิ่งขึ้น

ขั้นที่ 4 ให้กระดาษเด็ก 1 แผ่น เด็กอยากเขียน อยากวาดอะไร ก็ให้เขียนออกมาเลย การวาดภาพจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้เด็กได้แสดงออกในสิ่งที่คิด หรือจินตนาการอยู่ หรือถ้าเด็กยังวาดไม่ได้ พ่อแม่ก็สามารถเขียน – วาดให้ลูกดู และให้ลูกอ่านตามได้

ขั้นที่ 5 เล่นบทบาทสมมติกับพ่อแม่เกี่ยวกับเรื่องราวในนิทาน ซึ่งประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากข้อนี้คือการฝึกสมาธิ และฝึกกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ

ขั้นที่ 6 เล่นเกมเสียง เหมาะสำหรับเด็กที่โตขึ้นมาอีกหน่อย ที่สามารถเล่นเกมภาษาได้ โดยอาจนำประโยคที่เด็กเคยได้ยินจากในนิทาน มาทำเป็นเกมต่าง ๆ ให้เด็กได้เลียนเสียง หรือสังเกตตัวอักษรที่ตรงตามเสียงนั้น

ทั้งนี้ การประยุกต์ใช้ให้เกิดผลนั้น รศ.ดร. เสาวลักษณ์ระบุว่า จะต้องไม่ตีกรอบกับเด็กมากเกินไป และต้องเฟ้นหาเรื่องที่เด็กสนใจขึ้นมาอ่านแทนการบังคับอ่านตามหัวข้อที่พ่อแม่ หรือคุณครูกำหนดขึ้น เนื่องจากการพัฒนาศักยภาพทางด้านภาษานั้นก็คือการสร้าง – สะสมประสบการณ์ของเด็กเอง หาใช่การเรียนแบบท่องจำไม่ เด็กจะมีความสุขที่ได้เรียนในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ และจะเป็นผู้คิดเองว่าเขาจะใช้ทักษะทางภาษาเหล่านี้ไปเพื่ออะไร และสุดท้ายจะทำให้เขาเปลี่ยนจากการเรียนแบบท่องจำไปสู่การเรียนรู้การใช้ภาษาตามความต้องการของตนเองได้ในที่สุด

0 comments:

Post a Comment

Lovely Visitors

free counters

>

Add to Technorati Favorites